มีฝันมาแบ่งปัน
posted on 15 Sep 2011 02:46 by yinyinสวัสดีค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่สละเวลาอันยุ่งวุ่นวายกับชีวิตประจำวันของทุก ๆ คนมาอ่านข้อความนี้ค่ะ
อยากให้ทุก ๆ คนอ่านให้จบแล้วขอความเห็นด้วยนะคะ
เกดเองเป็นคนตาบอดที่ถือว่าโชคดีมาก ๆ คนหนึ่ง โชคดีที่มีครอบครัวที่ดี โชคดีที่มีคนรอบข้างที่ดี และโชคดีที่ได้เกิดมาในประเทศไทย
เกดยังเป็นคนตาบอดที่โชคดีไปกว่านั้น คือ โชคดีที่ได้เห็น ได้สัมผัส กับความเจิรญทางด้านวัตถุในประเทศที่พัฒนาแล้ว โชคดีที่ได้เรียนรู้จักตัวเอง โชคดีที่ได้ค้นพบความฝันของตัวเองค่ะ
ความฝันที่อยากจะเห็นสังคมดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสังคมตรงไหนบนโลกใบนี้
แต่จะทำตรงไหน เรื่องอะไรให้สังคมดีขึ้น
- ปัญหาที่ได้พบ
1.1 เรื่องสังคมส่วนรวมกับคนตาบอด
จะปฏิเสทไม่ได้เลยว่า “คนตาบอด” ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน ๆ ก็ยังเป็นคนส่วนน้อยที่มักจะถูกลืมจากสังคม ลืมที่จะนึกถึงว่า คนตาบอดจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่อย่างไร ลืมว่าคนตาบอดจะเดินเหินสะดวกหรือไม่ ลืมว่าทำไมจะต้องคิดเพื่อคนตาบอด
ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดบนโลกใบนี้ ดังนั้น คนตาบอดแต่ละประเทศจึงมีวิถีที่จะต่อสู้ ที่จะเรียกร้องสิทธิ์อันพึงมีพึงได้จากภาครัฐและเอกชนในแบบที่แตกต่างกัน
แต่อย่างไรก็ตามในประเทศไทยที่กำลังก้าวไปสู่ความเป็นสากล ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุ ด้านกฎหมายที่มีเกี่ยวกับคนพิการก็ได้รับการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนั้นแล้ว ในไม่ช้านี้ประเทศไทยจะมีนักพัฒนาตาบอดที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
แต่ในประเทศที่มีความสัมพันธ์อันช้านานกับไทย กับประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้อง เรื่องคนพิการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องผู้นำที่เป็นคนพิการเอง หรือทางด้านกฎหมาย ยังได้รับการพัฒนาที่ไม่เต็มที่หรือในบางเรื่องบางจุดอาจจะยังไม่ได้รับการใส่ใจเลยด้วยซ้ำ นั่นก็คือประเทศลาว
1.2 เรื่องคนตาบอดที่มีต่อสังคมส่วนรวม
จากประสปการณ์ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง คนตาบอดในประเทศที่มีความเอาใจใส่ในเรื่องคนพิการ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกฎหมาย หรือทางด้านวัตถุ คนพิการในประเทศเหล่านี้ มักจะมีความก้าวร้าวในการเรียกร้อง ก้าวร้าวเพื่อจะได้ในสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นสิทธิ์ของตน
อีกนัยหนึ่งก็คือ ยิ่งการพัฒนาทางด้านวัตถุ การบริการ การบังคับใช้กฎหมายมีสูงเท่าใด ความก้าวร้าวและการพึงพาตนเองให้น้อยที่สุดของคนพิการจะมีสูงเท่านั้น
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า คนพิการทุกคนที่อยุ่ในประเทศเหล่านั้นจะเป็นเช่นนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีลักษณะดังกล่าว
1.3 ประเทศลาวและคนตาบอด
แม้ว่าประเทศลาวจะได้การช่วยเหลือและสนับสนุนจากนานาประเทศและองค์กรการกุศลมากมาย หากแต่ความต้องการไม่ว่าจะเป็นบุคคลากร วัตถุ ความคิดสร้างสรร ยังขาดแคลนอยู่มาก โดยเฉพาะในหมู่คนตาบอด ดังจะเห็นได้จากทั่วทั้งประเทศมีโรงเรียนสอนคนตาบอดเพียงแห่งเดียวซึ่งอยู่ในเมืองหลวง
นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว การเดินทางภายในประเทศด้วยรถประจำทางยังลำบากอยู่มากด้วยระบบสาธารณูปโภคไม่เอื้ออำนวย ทำให้การเข้าถึงการศึกษาที่ดีที่กระจุกในเมืองหลวงเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ จึงเป็นไปได้ยาก
ยิ่งไปกว่านั้นการที่ผู้ปกครองซึ่งมีอาชีพทางเกษตรกรรมจะส่งลูกตาบอดไปเรียนในเมืองหลวงจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
- แนวทางการแก้ไข
ดังที่ทุก ๆ ท่านได้อ่านปัญหาคร่าว ๆ ไปแล้วก้จะเล็งเห็นได้ว่าประเทศลาวยังต้องการการพัฒนาทางด้านคนตาบอดอยู่อีกมาก โดยเฉพาะพัฒนาบุคคลากรคนตาบอดที่จะมาเป็นผู้นำอันมีประสิทธิภาพและจรรยา ดังนั้น ความฝันของเกดคืออยากจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยการให้การศึกษา การเตรียมความพร้อมทางร่างกาย จิตใจ ให้กับเด็กตาบอดลาว
ความเชื่อ
เกดเชื่อว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้องพัฒนาตั้งแต่เด็ก และเด็ก ๆ ตาบอดเหล่านี้จะต้องได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม จิตใจ ความพร้อมทางร่างกาย ไปพร้อม ๆ กัน จะเว้นด้านใดด้านหนึ่งไปไม่ได้
วิธีการคร่าว ๆ
1. จัดตั้งโรงเรียนเตรียมความพร้อมให้กับเด็กตาบอดลาว ณ เมืองหลวงพระบาง
อายุระหว่าง 4-6 ปี
ในเบื้องต้นจะรับเด็กจำนวน 4-5 คน
เป็นโรงเรียน กิน-นอน
ระยะเวลา 2 ปี โดยมีการวัดประเมินทุก ๆ 4 เดือน
หลักสูตรคร่าว ๆ
เด็ก ๆ จะได้รับการพัฒนาทางด้านสติปัญญาผ่านการ อ่านอักษรเบรลล์ทั้งภาษาไทย ลาว อังกฤษและฝรั่งเศส
เด็ก ๆ จะได้ฝึกคิดฝึกเขียนผ่านเรื่องราวรอบตัว
เด็ก ๆ จะได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกายด้วยการฝึกเดินใช้ไม้เท้าขาวนำทาง ปลูกผักสวนครัวด้วยตนเอง จัดโต๊ะอาหาร ทำความสะอาดบ้านพัก ล้างเก็บภาชนะและการดูแลสุขอนามัยของตนเองและส่วนรวมไปพร้อม ๆ กัน
เด็ก ๆ จะได้รับการพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจ วิธีคิดเชิงบวก การมองโลกในแง่บวก การรู้จักแบ่งปัน การเป็นผู้นำที่ดี นั่นคือ รู้จักที่จะนำตนเองไปในทางที่ดี รู้จักที่จะนำผู้อื่นไปในทางที่ควรโดยใช้ ธรรมะและปรัชญาการใช้ชีวิตพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นเครื่องช่วย
ในเบื้องต้น เด็ก ๆ จะได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ จากการทำกิจกรรมทางศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นการปั้นสิ่งต่าง ๆ จากที่เคยสัมผัสหรือจากจินตนาการ หรือการวาดรูปโดยมีอุปกรณ์เสริมช่วยที่ดัดแปลงมาจากสิ่งรอบตัวเหลือใช้
หลักสูตรของเราจะเน้นให้เด็กพัฒนาและเติบโตมาเป็นคนดีของสังคม รู้จักแบ่งปัน รู้จักที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมั่นใจและไม่อายในความตาบอดของตน แต่ในความมั่นใจนั้นจะไม่มีความก้าวร้าวเจือปนอยู่
เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้จักอักษรเบรลล์ตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เพราะเกดเชื่อว่า เด็กที่มีสายตาปกติแม้จะยังอ่านหนังสือไม่ได้ก็ยังมีโอกาสได้มอง ได้เห็นตัวอักษรต่าง ๆ ภาพต่าง ๆ ดังนั้นที่บ้านแห่งนี้ จะมีอักษรเบรลล์ติดไว้ทุกที่ที่จะเป็นไปได้ เพราะเมื่อได้ใช้มือสัมผัสเขาจะได้รู้จักอักษรเบรลล์ว่าเป็นอย่างไร
เอาหล่ะค่ะ ที่เล่าไปเป็นแค่คร่าว ๆ ที่อยากจะมาขอความคิดเห็นค่ะ
- ช่วยเลือกชื่อหน่อยนะคะ คือว่านอกจากจะก่อตั้งโรงเรียนนี้แล้ว อยากจะใช้ชื่อนี้เพื่อเป็นชื่อรวมด้วยหน่ะค่ะ ต้องขออภัยที่ตอนนี้มีแต่ภาษาอังกฤานะคะ
Ready Steady Jump Institute,
Ready steady Jump Organisation,
Ready steady Change Association,
Ready Steady Change organisation. - หากท่านใดมีเพื่อน คนรู้จัก หรือข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับประเทศลาว เช่น การไปเปิดองค์กรการกุศลในลาว หรือว่าองค์กรการกุศลจากประเทศอื่นจะไปทำอะไรในลาว จะต้องทำอะไร มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง
ค่าเช่าบ้านที่หลวงพระบางอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่
ค่า internet ประมาณเท่าไหร่ ระบบสื่อสารเป็นอย่างไร
ต้องมีวีซ่าไหมถ้าไปแบบนี้ - ตอนนี้อยากได้ทีมงานช่วยคิด ช่วยวางแผน ช่วยเป็นเสียงสะท้อนให้หน่ะค่ะ มีใครสนใจติดต่อมาได้เลยนะคะ
หากใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมในตรงจุดไหน หรืออยากจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความฝัน ความคิดเห็นก็ email ได้ค่ะที่
skype: lukkette
Twitter: lk8 หรือ linked in pattarisa Laksana
หรือจะ fb ก็ได้ค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งที่อ่านค่ะ